ประวัติยุคกลางของเพลง คลาสสิค

Medieval_history

Classical-music

วันนี้มารู้จักกับประวัติศาสตร์ของดนตรีคลาสสิกกันหน่อยครับ กว่าจะมาเป็นดนตรีคลาสสิกที่เรารู้จักกันได้ทุกวันนี้ มันต้องผ่านอะไรมามาก ทั้งพัฒนาการ ที่มา การคิดค้นดัดแปลงและอื่นๆ

ในวงวิชาการ ได้จัดแบ่งประวัติศาสตร์ของดนตรีคลาสสิกไว้ โดยมีเกณฑ์การแบ่งตามประวัติศาสตร์และปรัชญาทางความคิดของชาวยุโรป ดังนี้และรูปแบบการคิด

ยุคกลาง (Middle Age ค.ศ. 500-1400)

สมัยฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ (Renaissance ค.ศ. 1400-1600)

สมัยบาร็อก (Baroque ค.ศ. 1600-1750)

สมัยโรแมนติก (Romantic ค.ศ. 1825-1910)

ศตวรรษที่ 20 จนถึง Postmodern (Twentieth Century ค.ศ. 1910- ปัจจุบัน)

เป็นที่ยอมรับกันว่า ดนตรีคลาสสิกมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาของเหล่าอัศวินและศาสนาคริสต์ยังมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวยุโรปอย่างถึงแก่นชนิดที่แยกจากกันไม่ได้ ดังนั้นที่มาของมันจึงเกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์โดยตรง โดยเพลงคลาสสิกในระยะแรกนั้นเชื่อว่าพัฒนามาจากการร้องเพลงสวดในโบสถ์คาทอลิก หากใครเคยเข้าโบสถ์คาทอลิกหรือเคยดูในภาพยนตร์ จะเห็นในโบสถ์เหล่านั้นต้องพวกเด็กร้องเพลงสวด มีการเล่นดนตรีประกอบ เช่น เปียโน หรือไวโอลิน เป็นเครื่องเล่นหลัก

เพลงที่ร้องในยุคนั้น คือพวกเพลงสวดสรรเสริญพระเจ้า (Gospel) เชื่อว่าร้องกันมาตั้งแต่จักรวรรดิโรมันในสมัยของพระเจ้าคอนสแตนติน ซึ่งประกาศให้คริสต์เป็นศาสนาหลักของอาณาจักร ดังนั้นเพลงคลาสสิกในยุคแรกจึงเชื่อว่าเกิดขึ้นเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

เมื่อเข้าสู่ยุคกลาง (Middle Age) เป็นช่วงเวลาที่ศาสนาคริสต์เข้าครอบงำทวีปยุโรปอย่างเต็มที่ บาทหลวงคือผู้มีอำนาจในการเข้าถึงพระผู้เป็นเจ้า คนสามัญแทบจะไม่สามารถเข้าถึงพระคัมภีร์ไบเบิลซึ่งรจนาด้วยภาษาละตินได้เลย เพราะมีเพียงบาทหลวงผู้รับใช้พระเจ้าและได้รับอำนาจจากศาสนจักรเท่านั้น จึงมีสิทธิเผยแผ่พระวจนะของพระเจ้าได้ การร้องเพลงสวดในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำให้สามัญชนได้ร่วมกันสวดสรรเสริญพระคริสต์ด้วยกัน

กระทั่งเมื่อเข้าสู่ช่วงศตวรรษ 14 เป็นจุดเริ่มต้นของยุคเรเนสซองส์ ศิลปะและวิทยาการหลายอย่างจากสมัยกรีกได้รับการฟื้นฟู บทบาทของคริสต์ศาสนาในแง่วิถีชีวิตและการครอบงำในศิลปะต่างๆค่อยๆลดความสำคัญ เพลงที่ร้องกันในโบสถ์ก็เริ่มปรับเปลี่ยนตามไปด้วย พวกศิลปินอิตาเลียนในหัวเมืองสำคัญเช่น โรม ฟลอเร็นซ์ เนเปิล เริ่มส่งเสริมและสนับสนุนดนตรีให้เข้าสู่ผู้คนหมู่มาก ไม่ได้ยึดติดอยู่แต่กับโบสถ์อีกต่อไป ดนตรีคลาสิกจึงเริ่มลงสู่ข้างถนน ผสมผสานไปกับการร้องนำทำเพลงและละเล่นของชาวบ้านมากขึ้น ก่อนจะเข้าสู่ยุคบาร็อก ซึ่งเพลงคลาสสิกโดนนำกลับมาให้เป็นสิ่งสูงส่ง นิยมฟังกันอยู่ในหมู่ชนชั้นสูง สร้างให้เกิดความอลังการมากขึ้น ลักษณะดังกล่าวยังคงสืบทอดมาถึงทุกวันนี้

แต่เพลงคลาสสิกที่กระจายตัวเข้าไปในชนชั้นล่าง ก็ยังคงมีอิทธิพลมาก โดยเฉพาะพวกยุโรปตะวันออก เราจะเห็นว่านักประพันธ์เพลงชื่อดัง มาจากฝั่งยุโรปตะวันออกเป็นจำนวนมากก็เพราะเหตุนี้

Classic-band