ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง มีเรื่องอะไรน่าสนใจกันบ้าง

Classical music europe1

ดนตรีกว่าจะมาถึงยุคที่เราฟังกันยุคปัจจุบันนี้ต้องยอมรับตามตรงว่า ดนตรีผ่านเรื่องราวอะไรมามากมาย ทั้งการดัดแปลง ประยุกต์ สร้างอะไรใหม่ หรือ ละทิ้งของเก่าไปเพื่อทำของใหม่ให้ดีกว่าเดิม จากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ประวัติศาสตร์ดนตรีแบ่งออกเป็นหลายยุคหลายสมัยตามกาลเวลา หนึ่งในยุคที่มีความสำคัญมากต่อวงการดนตรีก็คือ ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง ยุคนี้มีเรื่องราวอะไรน่าสนใจบ้างอ่านต่อด้านล่าง

ต้นกำเนิดของดนตรีคลาสสิกเกิดขึ้นอย่างไร

ช่วงสมัยของยุโรปยุคกลาง นับเป็นตัวเลขก็จะประมาณ พ.ศ. 1019-1943 ช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากเพราะดนตรีของช่วงนี้จะกลายเป็นต้นแบบของดนตรีคลาสสิคยุคต่อมาจนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้ ดนตรีที่เกิดขึ้นในยุคนี้เชื่อกันว่ายังไม่ได้เป็นดนตรีที่เกิดขึ้นเพื่อความบันเทิงของผู้คน แต่เป็นการเล่นดนตรีเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสา ความเชื่อ ถวายทวยเทพตามแนวคิดมากกว่า ต้นกำเนิดของดนตรีในยุโรปยุคกลางเชื่อกันว่าเป็นดนตรีที่ถอดแบบมาจากดนตรีในยุคกรีกโบราณ รูปแบบการร้องในสมัยนั้นจะเน้นการร้องน้ำเสียงร้องเป็นหลัก จนกระทั่งช่วงท้ายของยุคนี้จะมีการเพิ่มลูกเล่นการร้องเพลงให้มีร้องประสานเพิ่มเข้ามาด้วย เพื่อสร้างอะไรใหม่ๆขึ้นมา สังเกตได้อย่างหนึ่งว่าการเพลงในยุคนั้นถูกดัดแปลงมาจากบทสวดนั่นเอง

เครื่องดนตรีที่ใช้ในการเล่นดนตรีคลาสสิคยุโปรยุคกลาง ก็ต้องบอกว่าเป็นเครื่องดนตรีของยุคนั้นที่ตอนนี้อาจจะไม่เหลือมาถึงปัจจุบันแล้วก็เป็นได้ เครื่องดนตรีแบบแรกที่ใช้กันในยุคนั้นก็คือเครื่องสาย ชื่อว่า ซอวิแอล เครื่องสายที่มีการใช้คันชัก สองเครื่องซอรีเบ็คเครื่องสายที่มีลักษณะคล้ายกับลูกแพร์แต่มีสายไว้สำหรับดีด สามซอทอมบา มารินา ซอตัวใหญ่ที่มีเพียงแค่สายเดียว แต่บางคันอาจจะมีสองสายแต่เค้าก็จะทำให้เสียงเหมือนกันทั้งสองสายนั่นเอง เครื่องนี้วิธีเล่นจะต้องใช้วิธีการยืนสีซอเท่านั้น เครื่องดนตรีชิ้นต่อไปก็คือ ลิวต์ เครื่องสายที่ต้องบรรเลงเพื่อให้เกิดเสียงด้วยการใช้นิ้วดีด อีกกลุ่มหนึ่งเป็นเครื่องเป่าลมตัวแรกชื่อว่า ปี่ชอม มีลักษณะเหมือนปี่บ้านเรา แต่ด้านปลายปากจะเปิดกว้ามากกว่า สองขลุ่ยรีคอร์ดเดอร์ จะเป็นขลุ่ยยาว ซึ่งตรงปลายสามารถถอดประกอบเพื่อเพิ่มความยาวด้ามออกไปได้อีกระยะหนึ่ง

นักประพันธ์ และ เพลงที่ใช้ในยุคนั้น

ในยุคดนตรีคลาสสิคยุโรปยุคกลางเริ่มมีนักประพันธ์เพลงเกิดขึ้นมากมายเนื่องจากว่าจะต้องมีการสร้างสรรค์ผลงานจากบทสวดมาเป็นบทเพลง นักประพันธ์เพลงที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น เลโอนิน เค้าทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมวงประสานเสียง ณ กรุงปารีส เข้าได้ทำหน้าที่รวบรวมเพลงออร์แกนนั่น ที่เอาไว้ตามพิธีการต่างๆไว้ในหนังสือเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาต่อไป สองเพโรติน คนนี้เป็นรุ่นน้องของเลโอนิน เค้าได้ทำงานร่วมกันมาตลอดกับวงดนตรีนอเตอร์ เดม ที่กรุงปารีส ส่วนตัวเค้าเองได้สร้างสรรค์ผลงานเพลงที่เน้นการสอดประสานร้องร่วมกัน  สามจาคาโป ดาโบโลนญา นักประพันธ์เพลงคนนี้เป็นคนอิตาลี ทำให้ผลงานของเค้าจะออกมาในสไตล์อิตาลี ผลงานของเค้ามีมากมายแต่อันสร้างชื่อต้องเป็น เพลมาดริกาล, เพลงคาทชา และ เพลงโมเด ผลงานของเค้าจะเน้นเรื่องการใช้จังหวะที่มีลักษณะแตกต่างกันไปเพื่อสร้างสรรค์จังหวะใหม่ที่ไม่เหมือนกัน แลนดินี นักประพันธ์เพลงคนนี้พิเศษกว่าทุกคนเลย เอาแค่ว่าเค้าเป็นเด็กตาบอดที่สามารถประพันธ์เพลงได้ก็ถือว่าเจ๋งแล้วนะในยุคนั้น งานของเค้าจะเป็นเพลงที่เน้นการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุดซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในตอนนั้นมากทีเดียว

สรุปได้ว่ายุคดนตรีคลาสสิคยุโรปยุคกลางหลายส่วนถือว่าเป็นต้นทางของดนตรีคลาสสิคในยุคต่อมาจนถึงยุคปัจจุบันเลยก็ว่าได้